|
| นกกุลาดำ
วงศ์ THRESKIORNITHIDAE Pseudibis davisoni (Hume, 1875) |
![]() |
ลักษณะ : นกน้ำขนาดใหญ่
ขนาดลำตัวยาวประมาณ 75 เซนติเมตร ขนลำตัวสีดำเป็นมัน มีแถบสีขาวเด่นชัดบนไหล่
จะงอยปากเรียวโค้งลงสีเทาแกมม่วงหัวเป็นแผ่นหนังสีดำมีแถบสีฟ้าจางๆพาดตรงบริเวณด้านหลังแล้วค่อยๆเรียวมา
ทางด้านหน้าตาสีแดงส้มท้าสีแดงจนถึงสีชมพุคล้ำเล็บเท้าสีดำขณะที่บินจะเห็นเป็นนกสีดำที่มีสีขาวเด่นชัดบนปีกนกอายุ
น้อยลำตัวสีออกน้ำตาลไม่ดำและเหลือบเป็นมันดังเช่นนกโตเต็มวัย
อุปนิสัย :
ชอบออกหากินในเวลาเช้ามืดและบินกลับไปยังแหล่งพักนอนในตอนพลบค่ำ อาหารได้แก่
แมลง เมล็ดพืช กบ เขียด ปลา และสัตว์เล็กๆ อื่นๆ เคยมีรายงานว่านกกุลาดำทำรังที่บ้านยาง
ทางทิศเหนือของจังหวัดสมุทรสาคร เชื่อว่าทำรังในราวเดือนกุมภาพันธืจนถึงเดือนมีนาคมทำรังอยูบนยอดไม้สูงและวางไข่ครั้งละ2ฟองทั้งพ่อนกและแม่
นกช่วยกันกกไข่และเลี้ยงลูก
ที่อยู่อาศัย:พบหากินเป็นฝูง5-6ตัวตามสันทรายในแม่น้ำใหญ่ๆตามริมลำธารในป่าและในบึงหนองขนาดใหญ่ที่มี
ป่าทึบอยู่ล้อมรอบ
เขตแพร่กระจาย:พบทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนอินโดจีนมาเลเซียอินโดนีเซียปัจจุบันเชื่อว่ายังมีหลงเหลืออยู่ใน
เวียดนามใต้และพบชุกชุมในบริเวณกลิมันตันบนเกาะบอร์เนียวในประเทศไทยเคยมีรายงานการพบในบริเวณจังหวัด
เชียงราย ทุ่งราบภาคกลาง สุราษฎร์ธานี ตรัง กระบี่
และภูเก็ต
สถานภาพ:เป็นนกที่หายากมากไม่เคยมีรายงานการพบเลยในช่วง10ปีหลังนกกุลาดำจึงได้รับการคุ้มครองตาม
กฎหมาย โดยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1
สาเหตุของการใกล้จะสูญพันธุ์:นอกจากเป็นนกน้ำขนาดใหญ่ง่ายต่อการถูกล่าแล้วนกกุลาดำยังมีความสามารถ
ในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยประกอบกับปริมาณนกในธรรมชาติมีค่อนข้างน้อยสถานที่
เกาะพักนอนและทำรังวางไข่ ซึ่งได้แก่ต้นไม้สูงๆ
ที่ขึ้นตามชายป่าและตามริมแม่น้ำถูกตัดฟันลงใช้ประโยชน์จนเกือบหมด เป็นเหตุให้นกกุลาดำสูญหายไปจากประเทศไทยหลายสิบปีมาแล้ว
| กลับเมนูรายการ |